บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) จัดงาน “Nuovo Plus 2026: Battery at the Core” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: BESS) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและการคมนาคมสะอาดของประเทศไทย
ประเด็นสำคัญจากการจัดงาน:
- โครงสร้างพื้นฐานพลังงานอนาคต: แบตเตอรี่และระบบ BESS ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บและบริหารพลังงานหมุนเวียน รองรับระบบสมาร์ทกริดและการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ในไทย
- โซลูชันพลังงานเพื่อภาคธุรกิจ: Nuovo Plus ส่งเสริมการพัฒนาโซลูชันกักเก็บพลังงานร่วมกับระบบ EMS และรูปแบบโซลูชันที่ยืดหยุ่นอย่าง Energy-as-a-Service เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร ทั้งด้านการลดต้นทุนและการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization)
- ความร่วมมือทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem Integration): การขับเคลื่อนความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือตลอดวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ (Battery Circular Economy) ตั้งแต่การใช้งาน ยานยนต์ไฟฟ้า Second Life การรีไซเคิล ตลอดจนการสนับสนุนด้านการเงินเขียว (Green Financing) จากภาคสถาบันการเงิน
นายดรุณพร กมลภุส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด กล่าวว่า แนวคิด Battery at the Core สะท้อนทิศทางของนูออโว พลัส ที่มองแบตเตอรี่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านพลังงานและการคมนาคม โดยบริษัทมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่มาต่อยอดการพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถ EV ที่สำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนและการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ ผู้อำนวยการ – กลยุทธ์และธุรกิจองค์กร บริษัท นูออโว พลัส จำกัด กล่าวว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ระบบกักเก็บพลังงานมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาการผลิตพลังงานอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) จึงเข้ามาช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงาน โดยสามารถทำงานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถติดตาม วิเคราะห์ และบริหารการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและบริหารต้นทุนด้านพลังงานได้ดียิ่งขึ้น
“อย่างไรก็ตาม โจทย์ด้านพลังงานแต่ละธุรกิจมีความแตกต่างกัน บางธุรกิจต้องการลดต้นทุนพลังงาน บางแห่งต้องการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะที่อีกหลายธุรกิจมีเป้าหมายด้าน Decarbonization โดยมีโซลูชั่นทางเลือก เช่น Energy-as-a-Service ให้เกิดความยืดหยุ่นในการบรรลุเป้าหมายให้รวดเร็วมากขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำแบตเตอรี่เข้าไปติดตั้งให้กับลูกค้า แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจรูปแบบและความต้องการใช้พลังงานของแต่ละธุรกิจ เพื่อนำมาออกแบบโซลูชันและบริหารจัดการพลังงานให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนด้านพลังงานสามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านต้นทุน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว” นายสุทธิภูมิ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงาน Nuovo Plus 2026: Battery at the Core ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Green Financing โดยคุณวรกฤษณ์ ศิวะกฤษณ์กุล จาก UOB ร่วมถ่ายทอดถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการสนับสนุนภาคธุรกิจที่ต้องการลงทุนและเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด พร้อมกันนี้ยังมีเวทีเสวนา “Sustain the Future through Battery Circular Economy” เปิดมุมมองการบริหารจัดการแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต จากมุมมองของผู้วางแผนนโยบายของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งาน การยืดอายุผ่านการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) และนำแบตเตอรี่มาหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่าในรูปแบบ Second Life ไปจนถึงการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน ก่อนต่อยอดสู่เวที “Real Decarbonization Journeys” ซึ่งมีตัวแทนจากภาคธุรกิจ อาทิ PRG และ Green Yellow ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยี แหล่งเงินทุน และภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และนำประโยชน์มาสู่องค์กรได้จริง





















